>>>Lampang Soccer : ความเคลื่อนไหววงการฟุตบอลลำปาง<<< จุดเริ่มต้นของชุมชนฟุตบอลลำปาง ข่าวสารในแวดวง ทางฝันสู่ไทยพรีเมียร์ลีก ติดตามได้ที่นี่ +++ รักลำปาง...ดูบอลลำปาง : สานฝันสู่ไทยพรีเมียร์ลีก +++>>>แชมป์ล่าสุดในลำปาง<<< ฟุตซอล เทศบาลนครลำปาง ประจำปี 2552 ทีมชนะเลิศ รุ่นอาุยุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมมะพร้าวหวาน B นักกีฬาดีเด่นคือ นายภานุพงศ์ กิวงค์พรม รุ่นประชาชนชายทั่วไป (อายุ 40 ปีขึ้นไป) ได้แก่ ทีมพรานเหนือ รุ่นประชาชนชายทั่วไป ได้แก่ทีม มะพร้าวหวาน C นักกีฬาดีเด่นคือ นายณัฐภัทร ไชยจักร จากทีมมะพร้าวหวาน+++ฟุตบอล 11 คน เทศบาลนครลำปาง ประจำปี 2552 (15 มีนา-3 พฤษภา 52) ทีมชนะเลิศ รุ่นอาุยุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย นักกีฬาดีเด่นได้แก่ นายพงศกร ยาลังกา จากทีมโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย รุ่นประชาชนชายทั่วไป (อายุ 40 ปีขึ้นไป) ได้แก่ ทีมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ นักกีฬาดีเด่นคือ นายสมชาย ติวะตันสกุล จากทีมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่เมาะ รุ่นประชาชนชายทั่วไป ได้แก่ ทีมชมรมกีฬารถไฟนครลำปาง นักกีฬาดีเด่นได้แก่ นายอาุภาพ จรเทศ จาก ทีมชมรมกีฬารถไฟนครลำปาง Lampang Soccer

คุย+แลกเปลี่ยน+แจ้งข่าววงการฟุตบอลลำปางได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กรณีศึกษา ดิวิชั่น2 : พลพรรคยักษ์แสด...เมื่อยักษ์หลับที่ชื่ออุดรกำลังจะตื่น!!



รับสมัครแฟนคลับสโมสร ค่าสมัคร 350 บาท รับเสื้อแข่ง 1 ตัว ความพยายามในการจะหาฐานสมาชิกและผู้สนับสนุนทีม


บรรยากาศหน้าสนามก่อนการแข่งขัน


นักข่าวจากเคเบิ้ลท้องถิ่น UTV


กิจกรรมตอบคำถามในวันแข่งขัน สร้างความมีส่วนร่วมกับผู้ชม


ป้ายสปอนเซอร์ของธุรกิจในท้องถิ่น ป้ายละประมาณ 10,000 บาท
ข้อมูลจาก อ.หนุ่ย อุดรธานีFC


บนเสื้อแข่งขัน และเสื้อซ้อมก็มีสัญลักษณ์ของสปอนเซอร์หลักผู้สนับสนุนทีม สนับสนุนรายละแสนบาทขึ้นไป
ข้อมูลจาก อ.หนุ่ย อุดรธานีFC


บรรยากาศการแข่งขันกับมุกดาหารในบ้าน


พลพรรคยักษ์แสด


กิจกรรมให้ความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยทีมโรงพยาบาลสปอนเซอร์หลักผู้สนับสนุนทีม

ตัวอย่างอีกทีมในระดับดิวิชั่น2 คราวนี้เป็นยักษ์อีสานที่กำลังจะตื่นที่ชื่อ อุดรธานีFC มีสโลแกนเท่ห์ของอุดรฯที่ว่า "บอลไทยจะไปบอลโลก...ต้องเริ่มที่บ้านเรา...อุดรธานี"

แม้จะเคยได้ยินมาว่าอุดรธานีFC เจ้าของฉายา "ยักษ์แสด" จะเคยล้มลุกคลุกคลานถึงขนาดขาดทุนแทบล้มละลายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถึงวันนี้เรียกได้ว่า เป็นทีมในระดับดิวิชั่น 2 ที่พยายามยกระดับมาตรฐานของตนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เห็นได้จาก
ผลการประเมินการทำงานของสโมสรฟุตบอลอุดรธานี มีผลงานการประเมินออกมาที่ดีมาก ในเรื่องการจัดการแข่งขัน ที่มีสนามเหย้าได้มาตรฐาน จุแฟนบอลได้เกิน 3,000 คน มีการจัดเก็บค่าผ่านประตูเข้าชมที่อัฒจรรย์ทั้ง 2 ฝั่ง มีแฟนบอลเข้าชมกันหนาตาทุกคนจ่ายค่าผ่านประตูไม่มีการเปิดให้เข้าสนามดูฟรี การเก็บค่าผ่านประตูที่เก็บได้เป็นจำนวนที่มาก มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมบุคคลที่ไม่มี ไอดีการ์ดไม่สามารถผ่านลงไปในสนามช่วงเวลาที่ทำการแข่งขันได้เลย

นอกจากนี้ สโมสรฟุตบอลอุดรธานี ยังมีอะคาเดมี่ เป็นของตนเอง ทำการฝึกนักเตะตั้งแต่ระดับยุวชน (คลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=udonfc&id=55 )

มีรูปแบบการบริหารงานที่มีโครงสร้างชัดเจน มีรายได้จากสปอนเซอร์หลักภายในจังหวัด ทำให้เป็นทีมฟุตบอลจากส่วนภูมิภาคเพียงทีมเดียวที่ไม่ต้องอาศัยงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะเสนอให้ทีมสโมสรฟุตบอลอุดรธานี เป็นต้นแบบ ของสโมสรฟุตบอลที่เริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลลีก ในปีแรก ที่ต้องหารายได้เพื่อเลี้ยงตนเอง โดยไม่อาศัยงบประมาณจากทางราชการ

ดูรายละเอียด ได้ที่ http://www.udonthanifc.com/forum/index.php?topic=188.0
[ที่มาข่าว http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60318.0;topicseen 20 กรกฎาคม 2552]

อย่างที่บอกมาแล้วว่า อุดรฯมิได้พึ่งทำทีมแล้วประสบความสำเร็จแต่เกิดจากประสบการณ์ลองผิดลองถูก ถึงแม้จะเคยย่ำแย่แต่ตอนนี้กลายมาเป็นทีมหัวแถวที่จะถูกยกให้เป็นทีมต้นแบบของลีกภูมิภาคไปแล้ว

ถึงเวลาของลำปางแล้วครับ ที่จะต้องเริ่มก้าวเดิน พวกเราจะไปไหนไม่ได้เลย ถ้าหากยังไม่เข้าไปสู่ระบบสโมสรฟุตบอลอาชีพ
...............................
สานฝันบอลลำปาง
อังคาร 28
กรกฎา 52

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พิ้งค์แพนเตอร์-เสือสามย่าน กับ การรีแบรนดิ้งของจุฬายูไนเต็ด



จากทีมที่เคยเชยๆ แล้วดูมีระยะห่างที่ไกลกับคนดู รู้สึกว่า ยักษ์ชมพูจะตื่นขึ้นอีกราย ด้วยการรีแบรนดิ้งทั้งฉายา มาเป็น "เสือสามย่าน" ขณะเดียวกันก็มีการเปิดตัว "พิ้งค์แพนเตอร์" (ข่าวเขียนว่า "พิงค์แพนเธอร์ส") เชียร์ลีดเดอร์สาวจากจุฬา เพื่อยั่วน้ำลาย เอ๊ย เพื่อสร้างสีสัน และดึงดูดคนเข้าเชียร์ทีมสโมสรอีกด้วย

ลองอ่านข่าวดูครับ
ยลโฉม "พิงค์ แพนเธอร์ส" เชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2552 11:58 น.
http://www.manager.co.th/sport/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083740

จุฬา ยูไนเต็ด ทีมอันดับสุดท้ายของศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2009 เลกแรก ไม่เพียงแต่จะดันแคมเปญ "JUMP : เสือสามย่านก้าวกระโจน" เพื่อเป้าหมายรอดตกชั้นและทะยานขึ้นสู่ 1 ใน 8 แล้วยังเปิดตัวทีมเชียร์ลีดเดอร์สาวสวย ซึ่งเป็นนิสิตปัจจุบันของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วย

โดยผู้บริหารยืนยันว่าหากใครมาชมเพลงแข้งของ จุฬา ยูไนเต็ด ในการเล่นเป็นทีมเหย้าที่สนามหญ้าเทียม แถวสามย่าน จะได้ยลความงามของเหล่า "พิงค์ แพนเธอร์ส" กลุ่มนี้อย่างแน่นอน ซึ่ง MGR Sport นำภาพมาให้แฟนๆ ได้ชมกันก่อนไปเจอตัวจริงได้ที่สังเวียนแข้งในแมตช์แรกของเลกสองที่จะต้อน รับ สมุทรสงคราม เอฟซี วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 16.00 น.



.............................
สานฝันบอลลำปาง
ศุกร์ 24
กรกฎา 52

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ข่าวลีกบอลไทย : ศึกลีกภูมิภาคอีก 5 ปีไม่พึ่งรัฐ


ที่มาภาพ : http://www.fat.or.th/web/news_detail.php?nid=01233

ศึกลีกภูมิภาคอีก 5 ปีไม่พึ่งรัฐ
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2552 เวลา 8:50 น
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=282&contentID=9406

'วิมล'มั่นใจสิทธิประโยชน์กระฉูดเตรียมประสาน ผวจ.ตั้งศูนย์ถาวร


นายวิมล กาญจนะ อุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมฟุตบอลฯได้จัดการแข่งขันฟุตบอลลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โดยเปิด ให้ทีมจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศสมัครเข้าแข่งขัน โดยแบ่งเป็น 5 ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 11 ทีม, ภาคอีสาน 12 ทีม, ภาคกลางและตะวันออก 12 ทีม, ภาคใต้ 8 ทีม, กรุงเทพฯและปริมณฑล 10 ทีม รวมทั้งสิ้น 53 ทีม มาแข่งขันเหย้า-เยือน ในรอบสุดท้าย เพื่อคัดเอาเพียง 3 ทีมเลื่อนชั้นไปเล่น “ลีก ดิวิชั่น 1”

จากการที่ตนได้สำรวจการแข่งขันทุก ๆ ภาค ปรากฏว่ากระแสความนิยมของแฟนบอลในต่างจังหวัดตอบรับดีเกินคาด แต่ละสนามมีแฟนบอลแห่ไปชมจำนวนมาก ทำให้เชื่อได้ว่า ภายในระยะเวลา 5 ปี ฟุตบอลลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จะ สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่ต้อง พึ่งภาครัฐ ซึ่งในปัจจุบันการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้การสนับสนุนงบประมาณอยู่

อุปนายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวต่อไปว่า ตนมั่นใจว่าในอนาคตฟุตบอลลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จะยืนได้ด้วยระบบสิทธิประโยชน์และการตลาด แต่ตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าให้ช่วยพิจารณาการลดหย่อนภาษีให้แก่บริษัทเอกชน ที่นำงบประมาณมาสนับสนุนกีฬาของชาติ ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนแห่เข้ามาสนับสนุนวงการกีฬาอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะลีก ภูมิภาค ดิวิชั่น 2 น่าจะมีผู้เข้ามาสนับสนุนเป็นจำนวนมาก และสามารถยืนได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคง

นายวิมล กล่าวอีกว่า สำหรับแผนงาน ในอนาคต ตนได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตั้งเป็นศูนย์ภาคในทุกภูมิภาค เพื่อดำเนินการจัดตั้งศูนย์พัฒนาฟุตบอลภูมิภาคอย่างถาวร รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกอบรมให้แก่บุคลากรของทีมฟุตบอลภูมิภาคได้มีความรู้เรื่องฟุตบอลอาชีพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น อบรมระดับผู้บริหาร, การตลาด, การประชาสัมพันธ์, การบริหารจัด การ, การอบรมผู้ฝึกสอน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน, ผู้ตัดสิน ตลอดจนการบริหารจัดการในภาครวม ซึ่งเป็นการพัฒนาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลของไทย ตามนโยบาย “วิชั่น ไทย แลนด์” ของนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย.
....................................
สานฝันบอลลำปาง
พุธ 22
กรกฎา 52

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ถึงคิวจังหวัดตรัง ร่ำร้องหาทีมบอลอาชีพ

เป็ด หนุนนักบอลเมืองตรัง
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 20:53


ป้ายเขียนตัวโตๆข้างตึกว่า ตรัง เอฟ.ซี
ที่มาภาพ : คุณ
5 Star
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60330.msg790351;topicseen#new


ลายเซ็นต์ที่คนตรังทำขึ้นมา รำพันและโหยหาถึงทีมสโมสร
ที่มาภาพ :
::: ฅนเสพลูกหนัง :::
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60330.msg791086;topicseen#new


เป็ด เชิญยิ้ม ธัญญา โพธิ์วิจิตร
ที่มาภาพ : กรุงเทพธุรกิจ


บ่าววี วีรยุทธ นานช้า นักร้องลูกทุ่ง คนตรังที่ไปเล่นให้กับสโมสรสมุทรปราการ เอฟซี
ที่มาภาพ : http://thumbnail.igetweb.com/resize.php/bWQ1PWIzMGIxNTRkY2MxMWNjZWY1ODQzOTJiM2VkZWFhMGRlJndpZHRoPTE1MCZoZWlnaHQ9MTUwJnJvdW5kPW9uJnNoYWRvdz1vbiZweD1vZmYmaW1nPWh0dHAlM0ElMkYlMkZ3d3cuaWdldHdlYi5jb20lMkZ3d3clMkZwYWtuYW1mYW4lMkZuZXdzJTJGMTA0MjkwLmpwZyZkaXI9/104290.png

เป็ด เชิญยิ้ม จูงมือ บ่าววี พบผู้ว่าฯ เล็งตั้งสมาคมบอลอาชีพ หวังพัฒนาต่อเนื่องกีฬาบอลเมืองตรัง หลังซบเซาหลายปี ทั้งที่มีทีมชาติเพียบ

นายธัญญา โพธิ์วิจิตร หรือ เป็ด เชิญยิ้ม อดีตนายกสมาคมตลกแห่งประเทศไทย และกรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย จ่าอากาศเอก วีรยุทธ นานช้า หรือ บ่าววี นักร้องลูกทุ่งเพื่อชีวิตชื่อดัง นายอภิชิต วิโณทัย ประธานชมรมฟุตบอลจังหวัดตรัง นายอรุณ ลายดี คณะกรรมการชมรมฟุตบอลจังหวัดตรัง เข้าพบนายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อหารือหลังจากเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการ ทีมฟุตบอล จังหวัดตรัง ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38 หรือ ตรังเกมส์ ระหว่างวันที่ 9-19 กันยายน 2552

นายธัญญา โพธิ์วิจิตร หรือ เป็ด เชิญยิ้ม กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนตรังโดยกำเนิด อยากจะเห็นทีมฟุตบอล ที่เป็นระดับอาชีพเกิดขึ้นใน จังหวัดตรัง เพราะหลายจังหวัดปัจจุบันมีการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งที่ตรังในอดีตก็มีนักฟุตบอลระดับทีมชาติหลายคน แต่ช่วงหลังขาดความต่อเนื่อง ไม่มีบุคลที่ส่งเสริมและเข้ามาพัฒนาทีมฟุตบอลจังหวัดตรัง จึงเห็นว่าน่าจะใช้ช่วงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ มาสร้างความตื่นตัวให้กับเยาวชน ที่จะพัฒนาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเอง และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดตรัง

ขณะที่ นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวยอมรับว่า การแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 38 หรือ ตรังเกมส์ มีปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านงบประมาณสนับสนุน และนักกีฬา ที่จะเล่นให้กับจังหวัดตรัง
.......................................
ที่น่าสนใจก็คือ กระแสตอบรับจากแฟนบอลผู้รอคอย คุณ ::: ฅนเสพลูกหนัง ::: ดังนี้

จริงครับ รอมานานแล้ว ตอนนี้รอตรังซะนานน๊านนานจนเลือดManiaซึมเข้าตัวไปแล้วครับ เปิดเลก2เมื่อไหร่เจอกันอีกครั้งครับพี่ ยิงฟันยิ้ม ตอนนี้ขอทำงานเก็บเงินไปเชียร์บอลก่อนครับ

ว่าแต่ป้ายแบบนั้นเค้าติดเฉพาะแถว สามแยกหมี เหรอครับคุณ จขกท พอดีผมไม่ได้กลับตรังมาเกือบ3เดือนแล้วครับ

เมื่อ3เดือนก่อน สนามกีฬาเทศบาลยังรื้อพื้นยางอยู่เลยครับ สนามยังไม่ปูหญ้าใหม่เลย ไม่ทราบว่าตอนนี้ปรับปรุงไปถึงไหนแล้วครับ

ตอน นี้รอตรังเอฟซีเท่านั้นครับ มีคนทำทีมเมื่อไหร่ ผมจะเดินแจกโบรชัวร์ตรังเอฟซีทุกบ้านเลยครับ ขับรถโบกธงรอบสิริบรรณเลยครับ ใครจะว่าผมบ้าก็ช่างหัวมัน โกรธ

ที่มา : http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60330.msg791086;topicseen#new
.......................................
สานฝันบอลลำปาง
จันทร์ 20
กรกฎา 52

เชียงราย...ทีมเหนือที่มาอย่างเหนือเมฆ


ภาพลายเซ็นต์
ที่มา คุณ Pee-nahn จาก http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60320.msg790347;topicseen#new


หากเทียบกันกับทีมอื่นๆแล้ว สโมสรฟุตบอลเชียงราย ดูจะเป็นทีมที่เนื้อหอม และเริ่มบ่มเพาะชื่อเสียงอย่างจริงจัง การจัดการที่ให้ความสำคัญในด้านทีมฟุตบอล เงินทุน และการสร้างการมีส่วนร่วม ทีมเชียงรายริเริ่มและคิดไกลอย่างมีวิสัยทัศน์ ในเว็บบล็อกนี้ได้นำกรณีศึกษาและข่าวคราวของสโมสรเชียงรายนำมาแสดงหลายต่อหลายครั้งแล้ว คราวนี้ก็เช่นกัน

ผมจะนำกลับมาย้อนให้เห็นประวัติสโมสรฟุตบอลเชียงราย เส้นทางเดินของเชียงราย มิแน่นักว่าจะเผยเส้นทางเดินของสโมสรลำปางก็เป็นได้

ประวัติสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด
ที่มา : http://www.chiangraiunited.com/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=37&Itemid=67
ก่อตั้ง ค.ศ.2009
ชุดเหย้า เสื้อสีส้ม กางเกงส้ม
ชุดเยือน เสื้อสีขาว กางเกงขาว
สนาม สนามกีฬามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง , สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย
ตราสัญลักษณ์สโมสร รูปกว่าง ชูตุง แทนสัญลักษณ์แห่งความเป็นนักสู้ ที่ชูตุงใจยคือธงแห่งชัยชนะ

ประธานสโมสร นายมิตติ ติยะไพรัช
ผู้จัดการทีม นายวันชัย ธนาบริบูรณ์
ผู้ฝึกสอน นายสฤษดิ์ วุฒิช่วย
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน นายธนา ทรัพยะโตษก
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน นายสุรพล ชูวงศ์

ความเป็นมา
เมื่อปี พ.ศ. 2542 มีการจัดฟุตบอลอาชีพนำร่อง โดยมีการสร้างลีกจังหวัดชื่อว่า โปรลีก โดยระยะแรกมี 12 ทีม (ยังไม่มีทีมเชียงราย) ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ก็มีการสร้างโปรลีก 2 คัดทีมในระบบภูมิภาค เอาทีมแชมป์ภาคละ 2ทีม มาแข่งรอบสุดท้ายกับทีมจังหวัดภาคอื่นๆแชมป์และรองแชมป์ โปรลีก2 ได้สิทธิ์เลื่อนชั้น
ขึ้น โปรลีก1 นั่นคือจุดเริ่มต้นของทีมจังหวัดต่างๆ ทั้งประเทศ(ไม่นับ 12ทีม จังหวัดในโปรลีก1)

จากนั้นลีกของไทยก็มีการรวมทีมในโปรลีก กับไทยลีก ทีมที่อยู่ในโปรลีกส่วนใหญ่ก็กระจายไปตามลำดับคะแนนของปี พ.ศ. 2549 ในลีกต่างๆ ทั้งไทยลีก ดิวิชั่น1 และดิวิชั่น2 ซึ่งเชียงรายยังอยู่ในโปรลีกอยู่ต้องทำการคัดเลือกหาแชมป์กับรองแชมป์ โปรลีก ไปเล่น ดิวิชั่น2 ในปีต่อไป

จนมาถึงปี พ.ศ. 2552 มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง มีการยุบ ดิวิชั่น2 เดิม กับโปรลีก และได้สร้างลีกภูมิภาคมาแทนที่ เป็นการแข่งขันเฉพาะในภูมิภาค มีชื่อว่า ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2

สโมสรฟุตบอลจังหวัดเชียงราย ก็ได้มีการเปลี่ยนผู้บริหาร แยกตัวออกมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มาจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทตามข้อกำหนดของ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย(AFC)แล้วย้ายสนามเหย้าจากสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย มาเป็น สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และใช้ชื่อสโมสรอย่างเป็นทางการว่า สโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด

"นี่คือจุดเริ่มต้นของการฟุตบอลเล่นลีกครั้งแรก ของสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด"
***
ดูผลการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโปรวินเชียลลีก 2008 (ที่มีทั้งผลงานของลำปางและเชียงราย)ได้ที่นี่!!!
........................
และทุกวันนี้ ทีมสโมสรฟุตบอลเีชียงรายยูไนเต็ดกำลังดีวันดีขึ้น นั่นหมายถึงมิใช่ผลการแข่งขันฟุตบอลเท่านั้น ความพยายามของพวกเขายังรวมไปถึงการตลาด ด้านล่างนี้เป็นสถิติการ

วิวัฒนาการการจำหน่ายตั๋ว และยอดขายของที่ระลึก
ที่มา : http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?PHPSESSID=d67bb5aa04d455a06369266e26081ed5&topic=59687.msg777642;topicseen#new

1.นัดพบ ชนะ พิจิตร 4-1
19 เม.ย 52
ขายตั๋วได้ 150 ใบ เป็นเงิน 3,000 บ. ขายของที่ระลึก 0 บ.

2.นัดพบ ชนะ อุตรดิตถ์ 3-0
2 พ.ค 52
ขายตั๋วได้ 250 ใบ เป็นเงิน 5,000 บ. ขายของที่ระลึก 0 บ.

3.นัดพบ ชนะ เพชรบูรณ์ 3-2
31 พ.ค 52
ขายตั๋วได้ 450 ใบ เป็นเงิน 9,000 บ. ขายของที่ระลึก 18,000 บ

4.นัดพบ ชนะ กำแพงเพชร 1-0
13 มิ.ย 52
ขายตั๋วได้ 600 ใบ เป็นเงิน 12,000 บ. ขายของที่ระลึก 24,000 บ.

5.นัดพบ ชนะ ตาก 1-0
11 ก.ค 52
ขายตั๋วได้ 1100 ใบ เป็นเงิน 24,000 บ. ขายของที่ระลึก 29,000บ.
.........................
ที่สำคัญที่สุดก็คือสร้างความรับรู้ มีปฏิสัมพันธ์กับคนในเชียงรายล่าสุดได้ไปเปิดบูธขายสินค้าของสโมสรและได้ประชาสัมพันธ์ให้คนในเมืองได้รับรู้

การประชาสัมพันธ์ของเชียงราย ยูไนเต็ด ที่ถนนคนเดิน จ.เชียงราย
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=60320.msg790347;topicseen#new

เสาร์ที่ 18 ก.ค นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00น. ที่ลานถนนคนเดิน ทีมเชียงราย ยูไนเต็ด มีการตั้งจุดประชาสัมพันธ์ที่นั่น เพื่อ ประชาสัมพันธ์สโมสร โดยมีการแจกเอกสาร ข่าวคราวของเชียงราย ยูไนเต็ดCRUTD NEWS รวมไปถึงมีการจำหน่ายของที่ระลึกสโมสรทั้ง เสื้อแข่งแบบ เหย้า-เยือน กางเกง เสื้อยืดทั้งแบบสีส้ม,ขาว ผ้าพันคอ และสติ๊กเกอร์ ของสโมสร

ในงานมีการ รายงานผลสดๆในการแข่งขันของ เชียงราย ยูไนเต็ด นัดที่ไปเยือนเพชรบูรณ์ เอฟซี วันเสาร์ที่ 18 ก.ค อีกทั้งยังมีการรับสมาชิก The orange power ที่นั่นอีกด้วย

พิเศษสุดคือ การสัมภาษณ์ ซุเปอร์สตาร์ของทีมคือ หนุ่ม ฉัตรชัย นาควิจิตร นักเตะเชียงราย ยูไนเต็ด ดีกรี ทีมชาติไทยชุดเยาวชน ที่เคยผ่านสังกัดการเล่นกับทีมชื่อดังมากมาย อาทิ เมืองทอง ยูไนเต็ด , บีอีซี เทโรศาสน





.........................
สานฝันบอลลำปาง
จันทร์ 20
กรกฎา 52

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไทยลีกพาณิชย์ สู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ : ข้อคิดจากมติชน





มติชนรายวัน
วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11449
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01spo11150752&sectionid=0114&day=2009-07-15

ในภาวะที่เศรษฐกิจประเทศกำลังถดถอย ร้อนจนรัฐบาลต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว แต่ธุรกิจกีฬาที่อยู่ในช่วงขาขึ้นสวนทางกับการค้าอื่นๆ หนึ่งในนั้นก็คือ ฟุตบอล ไทยลีก ที่ได้ปิดเลกแรกลงไปแล้วและกำลังจะเริ่มฟาดแข้งเลกสองในวันที่ 25 กรกฎาคม

ยืนยันได้จากยอดผู้ชมที่พัฒนาเป็นผู้เชียร์กีฬาอย่างเต็มตัว รวมถึงยอดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก ที่เฉลี่ยรวม 16 สโมสรมากขึ้นผิดหูผิดตา เกิดเงินสะพัดหมุนเวียนจากแต่ละสนามรวมกันหลายสิบล้านบาท ไม่เพียงแค่ในไทยพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ยังลุกลามไปยังดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ด้วย โดย เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด สโมสรน้องใหม่เงินหนาได้เคยประกาศว่า มีรายได้เข้าทีมในนัดที่เปิดสนามธันเดอร์โดม รับ ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน เกมเดียวถึง 5 แสนบาท

นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไปทีมเมืองทองฯ "กิเลนผยอง" กล่าวว่า จบเลกแรกทีมมีรายได้จากค่าตั๋วประมาณ 2 ล้านบาท ของที่ระลึก 1.5 ล้านบาท โดยดำเนินงานด้านการตลาดภายใต้แนวคิด "ทีมของคุณ ฮีโร่ของคุณ" สินค้า หรือ จุดขายของทีมคือ ความแข็งแกร่ง และฟุตบอลอันมีเสน่ห์สวยงาม จะเห็นได้ว่าสโมสรพยายามจะคว้านักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ฝีเท้าดีมาร่วมตลอด ดาวดังในทีม อาทิ ธีรศิลป์ แดงดา, โซมาโฮโร่ ยาย่า ชาวไอวอรีโคสต์ มีลีลาการเล่นตื่นเต้นเร้าใจเรียกผู้ชมได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันมีการทำโปรโมชั่นเอาใจแฟนบอลควบคู่กันไป อาทิ การให้สิทธิพิเศษลดค่าตั๋ว 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับแฟนคลับ ขณะที่การประชาสัมพันธ์ จะทำผ่านเว็บไซต์ www.mtutd.tv รถกระจายเสียงในจังหวัดนนทบุรี หนังสือพิมพ์ และป้ายต่างๆ ซึ่งจากการจบอันดับ 3 ของตารางเลกแรก ทำให้การเจรจาติดต่อผู้สนับสนุนทีมง่ายขึ้น และน่าจะได้เพิ่ม 5-6 ล้านบาทเป็นทุนบริหารในเลกสอง จากเดิมต้นฤดูกาลสปอนเซอร์ 8 ราย ยอดสนับสนุนรวม 15 ล้านบาท

"กลยุทธ์ต่างๆ ที่ออกมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แฟนบอลเพิ่มมากขึ้นจากตอนอยู่ดิวิชั่น 1 หลายเท่าตัว และผมคิดว่าการลงทุนมหาศาลนี้ อีกไม่เกิน 3 ปีจะคุ้มทุน ในข้อแม้ที่ว่ากระแสยังต้องดีเหมือนเดิมนะ"

นายอรรณพ สิงห์โตทอง ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชลบุรี สโมสรที่มีกองเชียร์มากที่สุดทีมหนึ่ง กล่าวว่า มีรายได้จากตั๋วเข้าชมในบ้าน 8 นัดของเลกแรก 1.85 ล้านบาท สินค้าที่ระลึก 4.4 ล้านบาท สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เงินส่วนนี้ไม่ถือเป็นรายได้หลักของสโมสร เพราะยังเทียบไม่ได้กับเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ปีละ 20 ล้านบาท แต่ถึงอย่างไรก็ดีสิ้นปี ปิดงบฯสโมสรก็ไม่ได้มีกำไร เพียงแค่ใช้บริหารได้ต่อฤดูกาลเท่านั้น เพราะค่าใช้จ่ายมีเยอะทั้งการจัดการแข่งขัน หรือ การเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงเงินเดือนสวัสดิการนักเตะ แต่อนาคตการขายลิขสิทธิ์โทรทัศน์ผ่านทางบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก รวมถึงการซื้อ-ขายนักฟุตบอลจะเป็นสองช่องทางรายได้หลัก และจากกระแสแฟนบอลเวลานี้ที่จุดติดแล้ว เชื่อว่าไม่เกิน 5 ปี ทุกสโมสรจะอยู่ได้ และมีผลกำไรที่งดงามปีละหลายล้านบาท

"กลเม็ดในการทำให้แฟนคลับรักสโมสรนานๆ ก็คือ ความจริงใจ เราต้องการให้พวกเขาเต็มร้อยทั้งผลงานในสนาม และนอกสนาม เช่น การบริการรถรับส่ง และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงทีมในทุกด้าน เพราะพวกเขาคือ ผู้เล่นคนที่ 12 ฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้สโมสรเดินหน้าต่อไปได้"

สองสโมสรข้างต้นเป็นตัวอย่างทีมที่บริหารงานด้านการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่สำหรับ จุฬา ยูไนเต็ด ถือเป็นหนึ่งในทีมที่ต้องปรับกระบวนใหม่ ด้วยเพราะผลสำรวจของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกระบุว่า มียอดผู้ชมเฉลี่ยน้อยที่สุด

นายมนตรี เครือวัลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม มองถึงสาเหตุสำคัญที่จำนวนผู้ชมน้อย ทั้งที่สนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งอยู่กลางกรุง ว่า เกิดจาก 1.สินค้า หมายถึง สโมสร ยังไม่ดึงดูดใจพอ ไม่มีดาวดัง ประกอบกับผลงานตกต่ำรั้งบ๊วย 2. ขาดการประชาสัมพันธ์ และเอาใจใส่กับคำว่า "แฟนคลับ" น้อยเกินไป จนถึงเวลานี้ยังไม่มีการผลิตของที่ระลึก แต่กำลังจะเริ่มแก้ไขปัญหาข้างต้นในเลกที่สอง โดยจะตั้งฝ่ายการตลาดขึ้นมาดูแล เพื่อหารายได้เข้าสโมสรเป็นการแบ่งเบาภาระชดเชยเงินทุนในการทำทีมปีนี้จำนวน 10 ล้านบาท

ด้าน โอสถสภา เอ็ม 150 ต้านพลังศรัทธาแฟนบอลไม่ไหว สนามธนารมณ์ ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ภายในหมู่บ้านธนารมณ์จำนวน 2 พันที่นั่งไม่สามารถรองรับกองเชียร์พลังเอ็มได้ โดยเตรียมย้ายไปใช้สนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ความจุ 5 พันที่นั่งเป็นสนามเหย้าแทนภายในเลกที่สองนี้ นายทวี อัมพรมหา เลขานุการทีม กล่าวว่า เสียดายเหมือนกันที่สร้างแฟนประจำได้แล้ว แต่ต้องย้ายสนามอีก แต่เป็นการย้ายเพื่ออนาคต เพราะสนามเดิมขยายไม่ได้อีกแล้ว โดยเหลือขั้นตอนการอนุมัติจากกรรมการบริหารสโมสร และบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกก็จะย้ายทันที เบื้องต้นได้หารือกับ อบจ.สระบุรี อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น "โอสถสภา-สระบุรี" ในอนาคต เพื่อซื้อใจ และสร้างกลุ่มแฟนคลับใหม่ๆ ในจังหวัด เชื่อว่าอีกไม่นานอัฒจันทร์เดิม จะต้องเพิ่มที่นั่งอีกแน่นอน

หากยังไม่ได้สัมผัส และร่วมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจฟุตบอลไทยให้ก้าวสู่การเป็นลีกอาชีพอย่างเต็มตัว ด้วยการไปชมในสนาม หรือ ซื้อสินค้าที่ระลึก ขณะที่นักธุรกิจ หรือ องค์กรใหญ่ที่ยังไม่ได้ลงทุนกับลีกที่กำลังบูมในเวลานี้ ยังมีเลกสองรอให้แก้ตัวอยู่นะขอรับ!!

หน้า 30
.......................
สานฝันบอลลำปาง
ศุกร์ 17
กรกฎา 52

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วิเคราะห์เจาะลึกทีมดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ : มาดูกัน

เอามาฝากกันครับ ดู ศึกษาไว้ก่อน แล้วสักวันจะถึงคราวของทีมลำปางเราครับ
...........................
วิเคราะห์เจาะลึกทีมดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ

บทความโดย
ธีรยุทธ ต๊ะปินตา
อดีตนักฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อดีตโค้ชและนักเตะฟุตบอล ธอส.

เรียบเรียง โดย Wanmai
http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=58776.0


1.เชียงราย ยูไนเต็ด(ด้วงมหาภัย)
ลักษณะการทำทีม เหมือนเชลซี มีเงินทุนในการทำทีมพอๆกับทีมไทยลีก งบประมาณ ไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท เข้าตำราใช้เงินซื้อความสำเร็จ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสีย ผลระยะใกล้คือทีมประสบความสำเร็จ

แต่ระยะยาว ถ้าขาดเงินทุนวันไหน ก็จะกลับมายังจุดเดิม ซึ่งนักเตะที่เอามาล้วนแล้วประสบการณ์สูงเวทีไทยลีกและดิวิชั่น 1 เป็นหลัก เพดานเงินเดือน สูงสุด 45,000 บาท น้อยสุด 20,000 บาท บวกเบี้ยเลี้ยงแล้วเทียบกันแล้วพอๆกับทีมไทยลีก ซึ่งส่งผลต่อการแข็งขันในสนาม

ประสบการณ์ของนักเตะแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น วัชรกร ไกลถิ่น อดีตตัวปรีโอลิมปิคและสโมสรบีอีซี เทโรศาสน นเรศ สุขงาม อดีตทีมชาติและนักเตะสโมสรการท่าเรือไทย กอบเดช ชอบมโน กิตติศักดิ์ ใจหาญ อดีตนักเตะสโมสรโอสถสภา พรรษา มีสัตย์ธรรม อดีตทีมชาติและนักเตะสโมสรบีอีซี เทโรศาสน อาณัฐ อิทรชัย อดีตเยาวชนทีมชาชาติไทย

ประสบการณ์มีมากกว่าทุกทีม เอาตัวรอดได้สบาย จึงสามารถทำผลงานได้ดี ยังมีสถิติชนะรวดในเลกแรก และไม่น่าผิดพลาดอะไร แชมป์แน่นอนมีแค่ลุ้นว่าจะมีทีมไหนยัดเยียดความปราชัยได้หรือไม่ เท่านั้น


2.ชัยนาท เอฟซี(วิหคเจ้าพระยา)
เมื่อเทียบกับความพร้อมแล้วชัยนาทเป็นรองแค่เชียงราย เรื่องงบประมาณค่อนข้างดีได้ทุกภาคส่วนในจังหวัดช่วย ตัวผู้เล่นเน้นทรัพยากรภายในบ้าน ได้เสนาะ โล่งสว่าง อดีตทีมชาติไทยมาช่วยบัญชาเกม ทำให้ทีมดูดีขึ้นมาเลย แต่เนื่องจากประสบการณ์ในส่วนรวมแล้วยังน้อย บวกกับความเสมอต้นเสมอปลายยังไม่ดีจึงผลงานค่อนข้างขึ้นๆลงๆ บ้างแมทน่าชนะกับเสมอหรือแพ้ บางแมทต์กับดีซึ่งขาดความเสมอต้นเสมอปลาย บรรยากาศในบ้านแล้วถือว่าสุดยอด

แฟนบอลเริ่มมาสร้างสีสันได้ไม่น้อย เป็นทีมที่มีอนาคต คาดว่าไม่จะพลาดอันดับ 2 หรือ 3 แน่นอน


3.พิจิตร เอฟซี(พญาชาละวัน)
ป็นทีมที่คาดว่าน่าจะมีลุ้นก่อนเปิดฤดูกาลเพราะเตรียมทีมมานานหลายปี ส่วนใหญ่ตัวผู้เล่นในบ้าน เด็กชุดนี้เล่นกันมานาน เรื่องงบประมาณแล้วค่อนข้างพอใช้ได้ไม่ดีแต่ก็ไม่แย่ ถือว่าโดยภาครวมแล้วพอใช้ได้ ระบบทีมการเล่นถือว่าใช้ได้เป็นรองแค่เชียงราย อันดับที่คาดว่าไม่เกินความสามารถ 2 หรือ 3


4.เพชรบูรณ์ เอฟซี(มะขามหวาน)
ทีมนี้ว่าไปแล้วน่าจะมีลุ้นแชมป์เลยทีเดียว แต่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ไม่สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้นักเตะได้ ส่วนใหญ่เป็นชุดแชมป์กีฬาแห่งชาติ ประสบการณ์พอใช้ได้ ว่ากันว่างานเดิน เงินก็ต้องมาถ้าเงินไม่มา งานก็ไม่เดิน ตัวเก่งๆก็เริ่มจะตีจาก อันดับที่คาด ไม่เกิน 5 ระบบดีอยู่แล้วแต่ขาดหัวใจ


5.พิษณุโลก เอฟซี(ขุนพลพระนเรศวร)
ยักษ์ใหญ่ภาคเหนือ หล่นมาจากดิวิชั่น 1 เพราะเงินซึ่งปัญหาใหญ่ของบอลอาชีพ ขาดเงินขุนพลก็ขาดใจ นักเตะประสบการณ์สูง เคยผ่านเวที ไทยลีกมาแล้วไม่ว่าจะเป็น ยุทธพงษ์ อินน้อย ภัคพลชนัน รัศมี สิทธิชัย ฐิติเดชณรงค์ ผ่านเวทีไทยลีกมาแล้ว ประคองทีมได้ รวมไปถึง เจนณรงค์ วงศ์น้อย ดาวซัลโวประจำทีม แต่เนื่องจากขาดอู่ข้าวอู่น้ำ ทหารก็ไม่มีเรี่ยวแรงผลงานก็แย่ลงไปด้วย อันดับที่คาดว่า ไม่น่าเกินอันดับ 7


6.เชียงใหม่ ยูไนเต็ด(ช้างพลาย)

เมืองใหญ่ใจน้อย ฟอร์มการเล่นไม่เหมือนในอดีต ทรัพยากรเยอะแต่เหมือนรวมกันไม่ได้ ขาดน้ำเลี้ยง ข่าวแว่วมาว่า นักเตะต้องหาเงินมาเล่นกันทุกนัด จริงแล้วถ้าเชียงใหม่เอาจริงทุ่มทุน ไทยลีกเรื่องเล็กเลย แต่วันนี้กลายเป็นยักษ์ล้ม ระบบการเล่นเหมือนเด็กยังขาดประสบการณ์ มีแต่ดาวยิงเสือเฒ่าอย่างบัณฑิต เพชรอำไพ คอยประคองน้อง ๆ ในทีม แต่ยังงัยยักษ์ก็เป็นยักษ์ถึงเวลาดุก็เอาเรื่อง อันดับที่คาดว่า ไม่น่าเกินอันดับ 7


7.สุโขทัย เอฟซี(เมืองเก่า)
เด็กจากสถาบันพละศึกษา วิทยาเขตสุโขทัยล้วนๆ ไม่มีตัวดังแต่เด็กเล่นกันเป็นทีม ไปได้สวยสำหรับปีแรก มาเรื่อยๆ ค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไป น้ำเลี้ยงเมืองเล็กก็สมกับทีม ไม่น้อยไม่มาก ดีกว่าไม่มี ระบบการเล่นเล่นกันเป็นทีม หัวใจดี ยิ่งนานวันสุโขทัยจะโตขึ้นเรื่อยๆ อันดับที่คาด ไม่เกินอันดับ 7


8.กำแพงเพชร เอฟซี(นักรบซากังราว)
เมืองกล้วยไข่ แต่ไม่กล้วย โค้ชเอาจริงจังกับเด็ก ระบบการเล่นไม่ธรรมดาเลย วิ่งไม่มีหมด ซ้อมกันมานานแต่ผลงานไม่สวยเท่าไร เพราะเด็กชุดนี้ส่วนใหญ่อายุน้อย จะเก๋าไปก็ยังงัยก็เด็ก วันไหนเล่นดีก็ดีใจหาย วันไหนทะเลละไปเลย ซึ่งเป็นทีมที่ขาดสมดุลในตัวผู้เล่น วันไหนถ้ากล้วยไข่ปรับจูนกันได้ น่าจะออกดอกออกผลให้ดู อันดับที่คาด ไม่น่าเกิน 8


9.อุตรดิตถ์ เอฟซี(ขุนศึกลูกพระยาพิชัย)
เมืองลับแล เขาเอาจริงเอาจังกับการแข่งขันในปีแรกมาก ระบบการเล่นใช้ได้ทีเดียว เด็กเล่นกันมานาน น้ำเลี้ยงพอใช้ได้ ผู้ใหญ่ในจังหวัดให้การสนับสนุน ผลงานดี บวกงานให้ทำ อันดับที่คาดไม่น่าเกินอันดับ 5


10.ตาก เอฟซี(ทหารเสือพระเจ้าตาก)
ทีมนี้มาแปลกกว่าทุกทีม นักเตะมาทั่วทิศ ด้วยใจรักของคนทำทีม ทำกันมานานมากหลายสิบปี นักเตะมากด้วยประสบการณ์หลายคน วีรพงษ์ ศรีเพ็ชร ฐานันดร ปะราชะ(อดีตทีมชาติ) ปิตพงษ์ แก้วแสนสาย อดีตนักเตะจากการท่าเรือนำทีม ธีรยูทร ต๊ะปินตา อดีตนักเตะสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทัศพล อินแก้ว อดีตนักเรียนไทยและนักเตะสโมสรธ.กรุงเทพ รุสดี อาแวสือแม อดีตนักเตะม.รัตนบัณฑิต ในดิวิชั่น 1 ผสมผสานกับนักเตะดาวรุ่งในจังหวัด

บวกกับโค้ชฝีมือดี อ. ฤทธิ์ ชมน้อย ผู้ปั้นนักเตะดัง ๆ หลายคน เช่น สุธี สุขสมกิจ คเณ จันทร์อิ๋ม อรรถกร เสนเพ็ง ครองพล ดาวเรือง จตุพงษ์ ทองสุข ฯลฯ ผู้ช่วยโค๊ชอย่าง ยุทธนา เลขาธนะ อดีตโค้ชการท่าเรือไทย และยังได้อดีตทีมชาติ คณิต อัฉราโยธิน มาเป็นผู้ช่วยโค๊ชอีกคนหนึ่ง

วิเคราะห์ตากเอฟซี
การบริหารทีม ตากเอฟซี เข้ามาสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพได้หลายปีแต่การบริหารยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก เป็นเพียงการบริหารแบบบอลเดินสาย ยังไม่มีการวางตัวในการบริหารที่เหมาะสมแต่การบริหารภายในเริ่มตื่นตัวบ้าง แล้ว แต่งบประมาณยังไม่มีมากนัก จึงทำทีมแบบไปแต่ละนัด ไม่มีการรวมตัวกันฝึกซ้อม ถ้าทีมตากได้มีการฝึกซ้อมรวมตัวกันจะเห็นทีมที่มีระบบการเล่นที่ดีขึ้น

ระบบการเล่น ได้ครูฤทธิ์ ชมน้อย มาเป็นกุนซือใหญ่ ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับกุนซือคนนี้ ฝีมือในการทำทีมถือว่าอยู่อันดับต้นๆของเมืองไทย แต่ ณ เวลานี้ยังไม่ได้สอนอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้เล่นอยู่กันคนละทิศละทาง แว่วมาว่าเลกสองจะทำการเก็บตัวฝึกซ้อมแล้ว คาดกันว่า ตากเอฟซีจะมีผลงานที่ดีขึ้นแน่นอน

ตัวผู้เล่นในตากเอฟซี เลกแรกนั้นตัวของตากนั้นไม่ธรรมดา แต่เล่นไปเหมือนไม่มีแรง นักเตะไม่มีความสัมพันธ์กัน เพราะขาดการซ้อมร่วมกัน จึงผลงานไม่ดี ตัวเด่นๆของตากเอฟซี ฐานันดร ประราชะ วีรพงษ์ ศรีเพชร อดีตนักเตะการท่าเรือ ธีรยุทธ ต๊ะปินตา อดีตนักเตะจากการไฟฟ้า เป็นแกนหลัก เมื่อเทียบกับทีมอื่นแล้วดูดีแต่ยังไม่มีราคา เพราะต่างคนต่างเล่น ขาดทีมเวิร์ก ถ้าได้ซ้อมมาดูกันใหม่สำหรับตากเอฟซี

ปัญหาอุปสรรคของตากเอฟซีเวลานี้ ขาดเงินขาดงบ ขาดการเหลี่ยวแลจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัด ทำให้ทีมไม่มีน้ำเลี้ยงตัวดีๆก็ตีจาก แก้ไขตรงนี้ได้ น่าจะเป็นทีมที่น่ากลัวทีเดียว เพราะประวัติการเล่นในอดีตนั้น ตากเอฟซี ไม่เป็นรองใครในภาคเหนือแน่นอน

มองแล้วน่าจะผลงานดี แต่ด้วยจากขาดงบประมาณในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน จึงทำให้ทีมเหมือนเล่นตัวใครตัวมัน เรียวแรงไม่มี นักเตะบางคนมาด้วยใจ ออกเงินเองก็มาเล่น เพราะถือว่ามารับใช้บ้านเกิด น่ายกย่อง แต่สวนทางกับคำว่าอาชีพ วันไหนมีงบประมาณน้ำเลี้ยงดีมาดูทีมนี้กันใหม่ อันดับที่คาด ไม่บ๊วยก็ดีแล้ว


11.แพร่ เอฟซี(ไก่ฟ้าพญาลอ)
บ๊วย แต่กำลังพัฒนาเพราะนักเตะฝีเท้าดีหลายคนมาแล้วจากจังหวัดอื่นจะมารวมกันที่แพร่เพราะว่าทีมนี้ผู้ใหญ่ในบ้านให้การสนับสนุน ผลงานที่ไม่ดีเพราะว่าทีมขาดนักเตะที่มีประสบการณ์ เลกสองมาดูกันใหม่ น่าจะหนีบ๊วยได้

...........................
สานฝันบอลลำปาง
อังคาร 14
กรกฎา 52